Press "Enter" to skip to content

เรื่องเล่าจากเกษตรกร ตอนที่ 1 “เน้นความสบายใจ กำหนดราคาได้เอง เพราะผลิตสินค้าตามมาตรฐานสากล”

ภทรพล ภุมรินทร์

คุณกาญจนา เข็มลาย เกษตรกรที่ผันตัวจากแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้มาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ คุณกาญจนาเล่าว่า รายได้ขายน้ำเต้าหู้ดีมาก วันละ 1,000 บาทก็ขายได้ แต่ต้นทุนสูงเพราะทุกอย่างต้องซื้อหมด ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเหลือง เครื่องต่างๆ น้ำตาล  แก้สหุงต้ม ถุงพลาสติก แต่อาชีพขายน้ำเต้าหู้ต้องทำทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ขายก็ขาดรายได้ เหนื่อยมากเพราะต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เตรียมตัวไปขายที่ตลาด 

จนวันหนึ่งคุณกาญจนาตัดสินใจมาเข้าร่วมสมาชิกกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ในกลุ่มนี้มีการให้ความรู้การปลูกผักเพื่อทำเมล็ดพันธุ์ เพราะเกษตรกรต้องการเมล็ดพันธุ์กันมาก แต่ราคาที่ขายกันตามท้องตลาดถือว่าสูง คุณกาญจนาเข้าร่วมอบรมหลายครั้ง หมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ 

ทำไมต้องอินทรีย์ ? ปลูกผักอินทรีย์จะได้กำไรจริงหรือ ? เราถามคำถามนี้กับคุณกาญจนา คุณกาญจนาบอกว่า เพราะทำคนเดียว และอยากลดต้นทุน เราต้องเข้าใจว่าผลผลิตอาจจะไม่ได้มาก แต่เราคือผู้กำหนดราคาเอง เพราะเมล็ดผักของเรา เราทำเอง ปลูกเอง บรรจุเอง นำออกไปขายเอง ถ้าฤดูไหนปลูกยาก แมลงลงเยอะ ได้ผลผลิตน้อย เราก็แจ้งทางกลุ่มว่าขอราคาที่สูงขึ้นให้เราได้มั้ย กำไรเราได้ แต่เราไม่เอามาก เราพอใจที่ตรงไหนก็ขายตรงนั้น สบายใจ 

เวลาว่างจากการทำเกษตรทำอะไร?  คุณกาญจนาบอกว่าไม่ว่างเลย เพราะปลูกผักหลายชนิด อายุผักไม่เท่ากัน บางทีอยากขายสดก็เก็บไปขาย บางอย่างที่จะเก็บเมล็ดพันธุ์ก็ต้องทิ้งไว้ให้แห้ง บวกเวลาหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตไปอีกเดือนกว่าๆ หาหน่อไม้ไผ่ ดูแลแปลง กำจัดแมลง กำจัดวัชพืช ข้อดีของการปลูกพืชหลายๆชนิดทำให้แมลงลงทีไม่เสียหายหมด ให้ธรรมชาติช่วยดูแลดีกว่า วนกันไปวนกันมาแบบนี้ เรียกว่ายุ่งมากทำไม่ทัน ขายไม่ทันเลยทีเดียว 

คุณกาญจนาเล่าเรื่องข้อดีของการรวมกลุ่มสมาชิก เราคงเคยได้ยินกันมาหลายครั้งว่าการปลูกพืชผักให้ได้มาตรฐานทั้งของไทยหรือของต่างประเทศ มีขั้นตอนกระบวนการยุ่งยาก เสียเวลา จนเกษตรกรหลายๆคนถอดใจ คุณกาญจนาบอกว่ามาตรฐานบางอย่างก็มีค่าใช้จ่าย จำเป็นต้องรวมกลุ่มกับสมาชิก ทำแบบนี้ก็จะง่ายขึ้น ในตอนนี้ผักของคุณกาญจนาผ่านมาตรฐานรับรองในหลายที่ เช่น แคนาดา อียู ไอโฟม  มีสมาชิกในกลุ่มคอยจัดการขั้นตอนการส่งเอกสาร มีแฟ้มเป็นของตัวเอง มีประวัติที่มาทุกอย่าง ข้อดีอีกอย่างคือถ้าเราเจอปัญหาอะไรเกี่ยวกับการปลูกพืช ช่วงนี้ผลผลิตเป็นอย่างไร ก็จะมีการประชุมกันช่วยเหลือกัน หรือในบางครั้งก็เชิญวิทยากรผู้รู้จากที่ต่างๆมาอบรม รวมถึงรีคัลท์ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่ง ที่ถูกรับเชิญมาให้เป็นวิทยากรให้กับสมาชิกในกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา 

ในช่วงฤดูฝนเราก็มีตัวช่วยคือแอปรีคัลท์ ใช้ช่วยดูฝนบ้าง เพราะถ้าฝนมาหนักมากเกินไปผลผลิตเราก็เสียหาย เช่น การตากผักให้แห้งสนิทเพื่อเตรียมแกะเมล็ดพันธุ์ ก่อนจะบรรจุซองขาย หากเมล็ดพันธุ์ไม่แห้งสนิทอาจจะขึ้นรา บรรจุขายไม่ได้ หรือในบางครั้งการที่ฝนตกบ่อยๆคุณกาญจนาก็ต้องเข้าแปลงไปถอนวัชพืชต้นเล็กๆที่ขึ้นเร็วมาก  เรียกได้ว่าในช่วงฤดูฝนคุณกาญจนางานจะยุ่งมากกว่าช่วงฤดูแล้งอีกครับ  

Comments are closed.